ความยากจนกับการเมือง

          นับกว่าเจ็ดร้อยปีที่พวกเราชาวไทยได้เรียนรู้เรื่องการตั้งประเทศไทย เดิมชื่อสยามที่ฝรั่งเรียกเพี้ยนว่าเสียม แต่จีนดูจะเป็นเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยที่สุด เพราะจีนเป็นมหาอำนาจทางตะวันออก เพื่อนบ้านของเราในย่านเอเชียอาคเนย์ล้วนต่างมีระดับสังคมเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกันเพราะศิลปวัฒนธรรมถ่ายทอดสู่ต่อกัน ผู้คนอพยพไปมาหาสู่ข้ามสายพันธุ์กันมาตลอด เมื่อฝรั่งและแขกอาหรับเข้ามาค้าขายผ่านมาทางอินเดีย พม่าสายหนึ่ง จากทางทะเลเข้าสู่เจ้าพระยาและริมฝั่งอ่าวไทยส่วนหนึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นเส้นทางการเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้น                   

          ต้องยอมรับก่อนว่า จีนมีอิทธิพลต่อชนชาติไทยมากที่สุด  แม้ว่าวิชาประวัติศาสตร์ไทยที่ใครเขียน ใครสั่งให้เขียนจะมีการทักท้วงจากผู้รู้ที่ทำงานเชิงวิทยาศาสตร์พิสูจน์ เอกสาร โบราณสถานเปรียบเทียบได้ก็หาได้ลบความเชื่อทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาได้ไม่        

          ประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่เก่าแก่ที่สุด สันนิษฐานเชิงวิทยาศาสตร์ว่า อยู่บริเวณอียิปต์นับเป็นพันปี หลักฐานทางการปกครอง ศาสนาสามารถพิสูจน์ของจริงได้จาก

หลักฐานแท้จริง รวมไปถึงศาสนาต่างๆด้วย        การเมืองจึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยประวัติศาสตร์มนุษยชาติประกอบ วิชารัฐศาสตร์อาศัยเรื่องการปกครองราษฎรเป็นหลัก แสดงว่า

มีคนอยากปกครอง กับคนอยากให้ปกครอง ต่อให้เรียนรู้เรื่องคนกับการปกครองมากเท่าไหร่วิชานี้ก็เรียนจบได้ยาก เพราะมนุษยชาติมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดไม่สิ้นสุด  โดยปกติวิสัยมนุษย์ชอบอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาบงการ แต่เพราะสังคมมนุษย์เป็นสัตว์สังคมต้องเกื้อกูลอาศัยกันแบ่งเป็นสองขั้วใหญ่ๆ คือทางโลกกับทางธรรม

          เราจึงเห็นสังคมหนึ่งปลีกตัวอิสระไปบวชเรียนเป็นพระ  แสวงหาตัวเองและเผยแผ่การดำรงชีวิตที่ยึดอำนาจนิยมทางจิตใจเป็นใหญ่ไม่เห็นแก่วัตถุ ทางตรงข้ามคือเอาแต่วัตถุ เห็นทุกอย่างเพื่อตนและกลุ่มของตน

          ศาสนากับการเมืองจึงแยกกันไม่ออก เพราะอำนาจนิยมที่ให้คนอยากปกครองมีจิตใจเป็นสาธารณะ วิชารัฐศาสตร์จึงได้พยายามให้การปกครองเป็นไปตามกลไกสังคม ที่ปัจจุบันโลกเราแบ่งเป็นสองขั้วใหญ่ คือ สังคมนิยมกับประชาธิปไตย

          ย้อนกลับไปที่ยุคไทยตั้งประเทศ ประกาศความเป็นไทจากขอม(คนละพันธุ์กับเขมรหรือกัมพูชายุคใหม่) แสดงว่าชนชาติไทนั้นมีหลายเผ่า(รวมทั้งคนไทในจีนที่มีศิลปวัฒนธรรมเหมือนไทลานนา ลานช้างไทดำในลาวและเวียดนามหรือไทอาหมในพม่าด้วย) พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประกาศตั้งประเทศไทยและกงล้อประวัติศาสตร์หมุนมา

กว่า 700 ปีจากระบอบกษัตริย์พ่อปกครองลูก ให้ยศ

ฐาบรรดาศักดิ์แก่ข้าราชการที่ไว้วางใจได้เป็นตัวแทนต่างหูต่างตาไปปกครองคนในอาณัติ ซึ่งตะวันตก ตะวันออกมีเหมือนกันหมด เรียกว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กษัตริย์นักรบหรือหัวหน้าคนเกษตร(รากศัพท์กษัตริย์)ปกครองรัฐ ปราบปรามคนไม่สวามิภักดิ์จนขยายขอบเขตเป็นประเทศในที่สุดและรุกรานประเทศที่ด้อยกว่าเพื่อแสวงความยิ่งใหญ่รวมพลรวมการช่วงชิงทรัพยากรทุกอย่างมาเป็นของกลุ่มตน(ดังจะเห็นตัวอย่างของประเทศตะวันตกที่มาตามน้ำเพราะสมัยก่อนใช้เรือเป็นพาหนะเอาสินค้าแลกเปลี่ยนกัน เพราะสืบเสาะจน

รู้ว่าตรงไหนร่ำรวย ตรงไหนยากจน เชิงรัฐศาสตร์การปกครองจึงมีปัจจัยเรื่องความร่ำรวย-ความยากจนเข้ามาเป็นปัจจัยตัดสินจะครอบครองประเทศที่ด้อยและอ่อนแอก่อน ประเทศราชของตะวันตกจึงมีดาษดื่นในเอเชียรวมทั้งจีนที่ว่าแกร่งที่สุดก็ต้องยอมแพ้

          กาลเวลาพิสูจน์มองย้อนอดีตชี้ชัดว่าชาติมหาอำนาจตะวันตกปล้นทรัพย์สมบัติของประเทศที่ยากจนกว่าหรือรวยกว่า แต่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงไปเป็นของตน ดังนั้นฝรั่งที่ยึดทางธรรม จึงใช้ศาสนาและการศึกษาเข้ามาเป็นส่วนสมดุลหรือคานอำนาจ  การเมืองจึงมีจุดร่วมที่น่าสนใจตรงนี้

          ศาสนาของคนตะวันตกเกิดหลังพุทธศาสนา แต่ศาสนาคริสต์กับมุสลิมเกิดสงครามแย่งประชาชนกันมาเป็นสงครามครูเสดที่ทุกวันนี้ก็ยังมีเชื้ออยู่ดังจะเห็นจากสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบมาถึงทุกประเทศในโลกขณะนี้ พุทธศาสนาดูจะเป็นกลางในเรื่องสันติภาพ ไม่อยากให้เกิดสงคราม เดินทางสายกลางมาตลอด ด้วยเหตุนี้ศาสนาจึงแยกไม่ออกกับการเมือง

          ศาสนาช่วยให้คนคิดเรื่อง บาปบุญคุณโทษ สอนให้เป็นคนดีทุกศาสนา จะต่างเพียงลัทธิกวาดต้อนการให้คนเข้ารีตศาสนาของตนเท่านั้น ซึ่งเรื่องการเผยแผ่เป็นกลยุทธ์ของแต่ละลัทธิที่เราห้ามไม่ได้ แต่ก็มีบางศาสนากีดกันศาสนาอื่นมิให้เข้าไปเผยแผ่ก็มี

          ศาสนาช่วยให้คนมีจิตอ่อนโยน มีศีลคือข้อห้ามการกระทำ ความคิดและการพูดจาที่จะเป็นบาป ให้กระทำในสิ่งที่สังคมชอบในทางที่ถูกต้องและมีสันติ เพื่อมุ่งให้สังคมมีความร่มเย็น เราจึงเห็นว่ากษัตริย์ที่เสร็จศึกฆ่าคนเป็นบาปจะชำระบาปด้วยการทำบุญและอาศัยวัดเป็นที่ชุมนุมแห่งสันติ เมื่อสังคมสงบจะมีงานศิลปวัฒนธรรมรวมพลคนให้อยู่กันอย่างมีความสุข

          ความยากจนเป็นปัจจัยที่ศาสนาและการเมืองวิตกมาแต่โบราณ การที่ชาติหนึ่งไปปล้นทรัพยากรของอีกชาติอ้างว่าแผ่ไพศาลอำนาจก็ว่ากันไปเพราะประเทศนั้นอ่อนแอกว่า หรือมีศีลธรรมจรรยามากกว่าไม่สามารถทัดทานคนถ่อยหรือมีกำลังมากกว่าได้ จุดนี้จึงเห็นได้ชัดว่าศาสนากับการเมืองมีส่วนต่อกัน เศรษฐกิจเป็นส่วนสำคัญของประเทศที่รัฐบาลหรือกษัตริย์ต้องหามาบำรุงประชาชนให้มั่งมีศรีสุข ประเทศมั่นคงประชาชนมั่งคั่งร่ำรวย ในตะวันตกจึงร่ำรวยกว่าตะวันออกเพราะทรัพยากรที่แตกต่างและสติปัญญาเป็นส่วนประกอบ

          การปกครองที่ล้มลุกคลุกคลานและเกิดการเลียนแบบจากตะวันตกที่ล้มกษัตริย์ ดึงอำนาจมาเป็นของราษฎรดังที่นักเรียนไทยที่ได้ทุนไปเรียนตะวันตกแล้วนำความรู้มาเปลี่ยนแปลงเมื่อ 24  มิถุนายน 2475 จนป่านนี้ก็ยังต้องแก้ไขไปใช้ไป ยังหาจุดลงตัวๆ ไม่ได้เพราะปัญหาใหญ่คือความยากจนของประชาชน เฉกเช่นเดียวกับตะวันตก แต่ปัญหาทรัพยากรของเขามีปัญหาน้อยกว่าของเราและเขาฉลาดที่จะหลอกให้คนตะวันออกนำเอามลพิษสิ่งแวดล้อมมาผ่อนความตายให้คนตะวันออกที่ยากจนกว่า คือ จนทั้งปัญญาและทรัพยากรตลอดจนการเมือง

          ความยากจน-อนามัยมีปัญหาและความรู้เท่าทัน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่องค์การสหประชาชาติเพียรพยายามให้ทุกชาติตระหนักในการแก้ไขปัญหาที่นับวันจะเติบโตขึ้นจนถึงขั้นสงครามล้างโลกได้เพราะความโลภ การแข่งขันทางวัตถุนิยมนั่นเอง

          นำเอาความสัมพันธ์โยงใยมาให้สตินักการเมือง ที่ถือว่าปราดเปรื่องทางโลกแล้วได้สังวรณ์หันไปมองประวัติศาสตร์ภูมิหลังของไทย ดูแลความยากจนที่เป็นปัญหาโลกแตก ขนาดมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ ประเทศไทยท้าทายว่าแก้ได้ จงทำวงจร ความรู้-สุขภาพ-ความยากจนให้ปรากฏเพราะเป็นพลวัตหมุนตามกันไป แก้ตัวใดตัวหนึ่งอย่างเดียวไม่ได้สำเร็จ

          ความยากจนกับการมีความรู้สามารถแก้ความหิวโหยได้ ความหิวโหยทำให้เกิดปัญหาสุขอนามัย เป็นโรคเพราะไม่รู้การป้องกัน สุขภาพอนามัยไม่ดีไม่มีแรงทำงานหารายได้ก็กลับไปจนอีกดังนั้นสามปัจจัยจะส่งผลต่อกัน

          ทำให้ประชาชนในแง่รัฐศาสตร์ให้เฉลียวฉลาดรู้

เท่าทันคน รู้ว่าใช้เงินหาเสียงซื้อเสียงมีส่วนทำให้ประชาธิปไตยเสียหายอย่างไร รู้ทันว่าใครเอาภาษีราษฎรไปใช้ถูกต้องเพียงใด  ทำให้ประชาชนมีสุขภาพจิตดี ร่างกายแข็งแรง มีสิ่งแวดล้อมที่ดีไม่มีปัญหาต่อสุขภาพอนามัย สมองดี สุขภาพดี มีสติปัญญาให้ความรู้ที่ป้อนให้ดีจะเฉลียวฉลาดแก้ปัญหาได้ทุกสิ่ง เรื่องความยากจนก็จะค่อยๆ ลดลงไปเอง แต่มิใช่เอาเงินป้อนไปแลกวัตถุนิยม หลงไปกับอบายมุข เท่ากับโง่ลงไปอีก เนื่องจากถูกปิดหูปิดตาและสุขภาพเสื่อม เพราะพิษเสพติดจากเครื่องดองของเมาและสื่อลามกอนาจารกับสถานเริงรมย์นั้นหรือกลัวค่ารักษาพยาบาลที่สูงจนโรครุมเร้าคนจนตายไปหมด จนไม่เหลือได้เช่นกัน วันนั้นไม่มีคนจนในแผ่นดิน เพราะคนจนตายไปเพราะสุขภาพจิตและกายไปก่อนหน้าแล้วเพราะใคร ?

 

 

ส่งเมล์ถึง editor@sentangonline.com พร้อมด้วยข้อสงสัยหรือข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซท์นี้

Copyright The Economic Outlook Newspaper Co.,Ltd Thailand.. Since 2003