คำถามสุดท้ายที่ความหมายสูงสุด

 

นำ มาตรการการทหาร คำถามสุดท้ายที่มีความหมายสูงสุด บาเซนจิ ครั้งนี้คงไม่ต้องอ้อมค้อมกันให้เสียเวลา ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเรื่องและสถานการณ์จริงของประเทศชาติในปัจจุบัน นั่นคือ จากบทความสิ่งชี้ขาดอำนาจเศรษฐกิจไทยที่ได้นำเสนอไป นิตยสารเส้นทางไทย แล้วนั้น สรุปลงตรงที่โครงการพระราชดำริต่างๆ และหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียงเป็นสำคัญ ซึ่งแรกๆ ก็คาดคิดว่าเป็นแค่แนวคิดของนักเขียน นักคิดธุลีเมืองเล็กๆ เท่านั้น แต่เมื่อได้เทียบเคียงดูแล้ว ไม่ใช่แค่ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เท่านั้นที่คิด พูด และพยายามผลักดันมาก่อน พวกเรา ยังมีท่านประมวล นักการเมืองนักปกครองผู้รอบรู้ก็คิดเช่นนี้ด้วย โดยทั้งนี้มีหนังสืออำนาจคือธรรมชาติของ มนุษย์ และเรื่องพระราชอำนาจเป็นประจักษ์พยาน ผู้เขียนเชื่อว่าแนวคิดที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันนี้ย่อมตั้งอยู่บนรากฐานของความเป็นไทย และความสำนึกในความกตัญญูกตเวที กอปรด้วยสัญชาตญาณแห่งพุทธศาสนิกชนเป็นที่สุด และยังเชื่อว่ามีผู้คิดเช่นนี้อีกมากมาย แต่ยังไม่มีเงื่อนไขที่จะแสดงออกเพียงพอ ที่บังอาจกล่าวมาเช่นนี้ หาได้เป็นการยกตนยกพวกขึ้นเทียมท่านไม่ แต่เพียงต้องการจะเรียนกับท่าน ผู้อ่านทั้งหลายว่าหัวใจแห่งความรัก ความกตัญญู ความเป็นไทยและความเป็นพุทธที่เหมือนกัน ย่อมกำหนดให้การเต้น และลีลาเป็นไปอย่างเดียวกันไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ดังนั้น ขอท่านทั้งหลายที่มีความคิดเฉกเช่นนี้ จงอย่าเก็บความรู้สึกดังกล่าวไว้แต่ในอก จงต่างระเบิดออกเป็นเสียง และพฤติกรรมเพื่อผลักดันให้เป็นไปตามความปรารถนาที่มีต่อชาติ ศาสน์ และพระมหากษัตริย์เถิด เมื่อกล่าวมาถึงตอนนี้ก็คงไม่ต้องขี่ม้าเลียบค่ายให้เสียเวลา เพราะประเด็นที่ต้องขอถามกันตรงๆ ก็คือ ทุกองค์กรในประเทศนี้รวมทั้งรัฐบาลเป็นที่สุดนั้น หรือแม้กระทั่งย้อนลงไปถึงทุกๆ ชีวิตในสยาม ได้ต่างน้อมรับพระบรมราชโองการเศรษฐกิจแบบพอเพียงใส่เกล้า และปฏิบัติกันแล้วหรือยัง? กับทั้งโครงการเพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติต่างๆ ในสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น รัฐบาลจริงใจพอที่จะทุ่มเทถวายความสนับสนุน และเม็ดเงินเพื่อให้ดำเนินการไปได้อย่างเต็มที่จนถึงที่สุดแล้วหรือยัง? ที่กล่าวมานี้รวมเป็นคำถามสุดท้ายได้ว่า ความจงรักภักดี มีจริงหรือไม่ในใจของคนไทยเท่านั้นเอง? คำถามนี้ แม้สำคัญสักปานใด คงไม่ต้องรอฟังคำตอบ แต่การปฏิบัติจริงเท่านั้นจะเป็นคำตอบที่ชัดเจน ก่อนจบบทความที่สั้นแบบฟันธงนี้ ใคร่ขอถามผู้เกี่ยวข้องสักหน่อยว่า ทำไมงานเฉลิมฉลองการทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี ดูเงียบๆ ผิดกับตอนครบรอบ ๕๐ ปี ราวฟ้ากับดิน นี่ก็เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบอีกเช่นกัน เพียงแต่อยากรู้ว่า ความจงรักภักดีนั้นไปไหนกันเสียแล้ว สุดท้ายขอย้ำเพื่อความสำคัญของคำถามตามบทความนี้ใน นิตยสารเส้นทางไทย ว่า แผนที่ไทยอาจเปลี๋ยน ไป๋ ถ้าไม่มีผู้ตอบคำถามสิ่งชี้ขาดอำนาจเศรษฐกิจตาม ข้อเสนอใน นิตยสารเส้นทางไทย นั้น สวัสดี.

 

ส่งเมล์ถึง editor@sentangonline.com พร้อมด้วยข้อสงสัยหรือข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซท์นี้

Copyright The Economic Outlook Newspaper Co.,Ltd Thailand.. Since 2003