|
ชัยชนะที่กลุ่มคนเสื้อแดงหวังจะได้รับหลังจากการเคลื่อนไหวไปที่เขายายเที่ยง , เขาสอยดาว ,หน้ากองทัพบก ฯลฯ
และออกโจมตีอำมาตยาธิปไตย อย่าง หนัก แต่กระแสการยึดอำนาจรัฐประหารกลับกลายเป็นกระแสแรงขึ้นมาทันที หลังจากการระเบิดที่ในกองบัญชาการกองทัพบก หลังจาก นั้นก็ มีการตรวจค้นบ้านพักของ เสธ. แดง
ในช่วงของวันที่ 22-23 มกราคม 2553 มีกระแสข่าวการทำรัฐประหารอย่างหาหู ถึงขนาดมีการโฟนอินเข้ามาของคุณทักษิณ ชินวัตร เข้ามาในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า หากจะมีการทำการายึดอำนาจรัฐประหาร ขึ้นมา คุณทักษิณ ก็จะดำเนินการ “ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น” ซึ่งหมายถึงการตั้งรัฐบาลขึ้นมาในต่างแดน
ซึ่งเป็นสัญญาณบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าและ “แนวทาง” การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เคลื่อนไหวลงไปสู่การทำ “รัฐประหาร” เหมือนจากผลการเคลื่อนไหวของของคนเสื้อเหลืองหรือ กลุ่มพันธมิตรฯที่เคลื่อนไหวม๊อบพันธมิตรฯประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปสู่การทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2553
แม้ข้อปลีกย่อยจะแตกต่างกัน คือ กลุ่มพันธมิตรฯจะมีการสนับสนุนของกองทัพ จนมีการทำรัฐประหารและการตั้งรัฐบาลหลังรัฐประหารแกนนำพันธมิตรก็ได้รับประโยชน์จากการยึดอำนาจ
ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงหรือ นปช. จะมีความแตกต่างตรงที่การเคลื่อนไหวไปเพื่อให้เกิดการรัฐประหาร แต่จะเป็นการทำรัฐประหารที่มีผลเพียงแค่จะจัดการกลุ่มเสื้อแดงกับคุณทักษิณ ชินวัตร
ถึงแม้จะมีความแตกต่างในผลของการทำรัฐประหาร แต่การเคลื่อนไหวก็หลอมรวมลงสู่การทำรัฐประหารทั้งสองกลุ่ม
ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า แนวทางการเคลื่อนไหวของทั้งสองกลุ่มมีแนวทางเดียวกัน คือ แนวทางการเมือง เป็นแนวทางการรัฐประหาร เหมือนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของประเทศหลายๆครั้ง ที่สุดท้ายแล้วก็จบที่การทำรัฐประหาร
แนวทางการเมืองที่จะนำไปสู่ปีก “รัฐประหาร” นั้น จึงไม่ใช่แนวทางการเมือง และการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่ผลแห่งชัยชนะได้ ไม่ว่าของฝ่ายไหน ทั้งฝ่ายเสื้อเหลือง ,เสื้อแดง ฯลฯ
จุดจบที่จะลงท้ายด้วยการทำรัฐประหาร ถึงแม้จะไม่ใช่ความมุ่งหมายของการเคลื่อนไหว แต่ถึงอย่างไรแล้วก็หนีมันไม่พ้นเพราะ แนวทางที่ยังวนเวียนอยู่ในกรอบแห่งการคิดหรือทัศนะคติที่ถูกปลูกฝังจาก คณะยึดอำนาจชุดก่อนๆ คณะเลือกตั้งชุดก่อนๆ คณะเคลื่อนไหวมวลชนชุดก่อนๆ
จุดสุดท้ายที่ลงท้ายด้วยการทำรัฐประหาร จึงไม่มีฝ่ายไหนชนะได้เลย นอกจากความหายนะ หรือแม้ขบวนการใต้ดินที่กำลังทำแนวร่วมอยู่กับคนเสื้อแดง และกับคุณทักษิณหวังจะใช้นายทุนชาติอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นกำลังก็จะไม่มีวันที่จะสมดั่งความมุ่งหมาย เพราะไม่ได้มีการเสนอ “ยุทธศาสตร์ประชาธิปไตยที่แท้จริง” เพราะ การเสนอประชาธิปไตยในองค์การนำทางความคิดมีเป็นพียงการเสนอ “ ประชาธิปไตยทางยุทธวิธี ” เท่านั้น แต่ “ยุทธศาสตร์เผด็จการ” ส่วนยุทธ์ที่แท้ นั้น ยังปิดลับอยู่
ดังนั้น จะต้องแยกแยะให้ออกว่าอันไหน คือ ยุทธวิธีประชาธิปไตย อัน แต่ยุทธศาสตร์เผด็จการ อันไหน คือ ยุทธวิธีประชาธิปไตยและ ยุทธศาสตร์ประชาธิปไตย |