เมนูหลัก
ผู้ดูแลระบบ
Vinaora Visitors Counter
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday146
mod_vvisit_counterYesterday518
mod_vvisit_counterThis week2145
mod_vvisit_counterLast week3463
mod_vvisit_counterThis month4052
mod_vvisit_counterLast month14089
mod_vvisit_counterAll231025

Online (20 minutes ago): 13
Your IP: 38.107.191.88
,
Now is: 2010-09-09 10:14
??Date2??
อย่า “สับสนยุทธวิธี ปชต.กับ ยุทธศาสตร์ ปชต. •PDF• •พิมพ์• •อีเมล•
•เขียนโดย Administrator•   
•วัน•อาทิตย์•ที่ 07 •กุมภาพันธ์• 2010 เวลา 14:59 น.•

ขณะนี้มี “การบิดเบือน”เรื่องคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ในขบวนการทำ “แนวร่วม” นายทุนใหญ่อย่าง พ.ต.ท.ทักษัณ ชินวัตร

 ว่าที่คำสั่งยุติสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพแห่งชาติกับกองทัพของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยว่าเป็นคำสั่ง “ เพื่อการประนีประนอมกับอำมาตย์ ” เพราะโดยแท้จริงแล้วคำสั่ง  66/2523 เป็นคำสั่งเพื่อการปฏิวัติประชาธิปไตยทางการเมือง เพื่อให้ระบบทุนนิยมสามารถเดินหน้าไปได้เหมือนกับทุกๆประเทศที่ผ่านการปฏิวัติประชาธิปไตย

 

ในคำสั่ง  66/2523 เป็นเรื่องของการขยายเสรีภาพและการขยายอำนาจอธิปไตยของปวงชน เพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย  ดังนั้น  คำสั่ง  66/2523 จึงไม่ใช่การประนีประนอมแต่เป็นการประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน  ซึ่งเป็นแนวทางประชาธิปไตยตามแนวทางการต่อสู้แบบสันติอย่างแท้จริง ของประเทศ 

เพราะฉะนั้น การต่อสู้ที่ใช้การโค่นล้มและแนวทางรุนแรง นั้น ในประเทศไทยไม่สามารถทำสำเร็จ

อย่างที่เนื้อหาของบทความ นี้ได้บิดเบือน ซึ่งอันที่จริงเป็นการปฏิวัติรุนแรงเหมือนเดิม  แม้จะอ้างเรื่องการร่วมมือกับนายทุน  แต่โดยแท้แล้วเป็นการอ้างเพียงยุทธวิธีเท่านั้น  แต่โดยแนวทางแล้วเป็นความรุนแรงเพราะต้องโค่นกลไกและประมุขของประเทศด้วย การปฏิวัติชนิดนี้หลีกเลี่ยงการโค่นล้มแบบรุนแรงไม่ได้ 

ขออนุญาตยกเอาเนื้อหามาเพื่อศึกษาว่ามีการบิดเบือนแนวทางสร้างประชาธิปไตยตามแนวทางสันติอย่างไร            

…......................................................................................................

             ขั้วใด! จะไปจับอาวุธสู้อำมาตรยาธิปไตย                         

การสร้างกองกำลังจับอาวุธ อาจเป็นการประนีประนอมกับอำมาตย์

                     โดยลั่นทมขาว

ท่านผู้อ่านอาจแปลกใจว่าการสร้างกองกำลังติดอาวุธ จะเป็นการประนีประนอมได้อย่างไร เพราะแนวรบติดอาวุธ อย่างที่มีการเสนอกันทุกวันนี้ หรือที่เคยใช้สมัย พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ค.ท.) สร้างภาพว่าเป็นการปฏิวัติ ถ้าจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เราต้องมาศึกษาปัญหาของ “ลัทธิสตาลิน-เหมา” จากมุมมองมาร์คซิสต์ดั้งเดิม

            ผู้เขียนอยากจะตั้งคำถามกับท่านผู้อ่านดังนี้คือ เป็นไปได้ไหมว่า... นักต่อสู้เสื้อแดงอย่าง คุณสุรชัย แซ่ด่าน และคนอื่นๆ ที่เสนอให้ตั้งกองกำลังจับอาวุธ ในที่สุดจะประนีประนอมกับอำมาตย์ได้? ถ้าจะพยายามตอบคำถามนี้ เราต้องดูประวัติศาสตร์การปฏิวัติรัสเซีย การขึ้นมาของสตาลินและเหมา เจ๋อ ตุง และนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ไทย กับพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล

กำเนิดลัทธิสตาลิน-เหมา

การปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 เป็น “การปฏิวัติถาวร” ซึ่งแปลว่าชนชั้นกรรมาชีพและเกษตรกรยากจน ร่วมกันโค่นระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพระเจ้าซาร์ในรัสเซีย แล้วก้าวกระโดดไปโค่นระบบทุนนิยมและสร้างสังคมนิยมทันทีอีกด้วย ผู้นำพรรคบอลเชวิคที่ผลักดันแนวนี้มากที่สุดคือ เลนิน กับ ตรอทสกี้ และมันเป็นข้อสรุปของนักมาร์คซิสต์สองคนนี้ท่ามกลางการต่อสู้ ที่สำคัญคือมันเป็นการพัฒนาทฤษฏีการปฏิวัติ โดยการกลับไปศึกษาข้อสรุปของ คาร์ล มาร์คซ์ จากปี 1848 เพราะเดิมทีเดียวพรรคบอลเชวิคในรัสเซียมองว่าในประเทศล้าหลังของเขา จะต้องล้มกษัตริย์ซาร์ก่อน แล้วค่อยๆ สร้างทุนนิยมประชาธิปไตย ส่วนสังคมนิยมคงต้องรอให้เกิดในอนาคต แนวคิดนี้เรียกว่า “แนวปฏิวัติสองขั้นตอน”

            ภายในไม่กี่ปี การปฏิวัติสังคมนิยมในรัสเซียถูกโดดเดี่ยวและเริ่มถอยหลัง พลังชนชั้นกรรมาชีพอ่อนแอ เพราะเศรษฐกิจพังและมีสงครามจากการรุกรานของประเทศทุนนิยม เมื่อ เลนิน ตาย สตาลิน ก็ขึ้นมาช่วงชิงการนำในพรรคคอมมิวนิสต์(เดิมชื่อพรรคบอลเชวิค) ข้อเสนอของ สตาลิน ในการชิงอำนาจจากผู้นำบอลเชวิคเก่าอย่าง ตรอทสกี คือให้สร้างรัฐที่เข้มแข็ง ภายใต้ลัทธิชาตินิยมแทนลัทธิสากลนิยม เร่งพัฒนาอุตสาหกรรม และเลิกคิดที่จะปฏิวัติในระดับสากล สตาลิน เป็นผู้แทนของแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ที่เริ่มแปรไปเป็นข้าราชการแดง และเขามีฐานเสียงที่มั่นคง

            ในที่สุด สตาลิน สามารถยึดอำนาจมาได้ และเปลี่ยนแนวทางของพรรคคอมิวนิสต์ไปเป็นพรรคเผด็จการที่กดขี่ขูดรีดกรรมาชีพรัสเซียในระบบที่เรียกว่า “ทุนนิยมโดยรัฐ”  ชนชั้นนายทุนคือข้าราชการแดง มีการห้ามการนัดหยุดงาน ห้ามการจัดตั้งเสรีของกรรมาชีพ และมีการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจประเภทอุตสาหกรรมหนัก เพื่อสร้างอาวุธ ในขณะเดียวกันประชาชนยากจนลง และไม่มีอาหารและเสื้อผ้าเพียงพอ พอถึงยุค 1936 ถือได้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลกถูกแปรไปในรูปแบบเผด็จการลัทธิสตาลิน รวมถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้ เหมา เจ๋อ ตุง และ พ.ค.ท. ในไทยอีกด้วย

            ลัทธิชาตินิยมของ สตาลิน แปรพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลก จากองค์กรที่หวังจะปฏิวัติล้มทุนนิยมในประเทศต่างๆ ไปเป็นเครื่องมือของรัสเซีย สำหรับ สตาลิน การอยู่รอดของรัฐเผด็จการข้าราชการแดงในรัสเซียคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การแสวงหาเพื่อนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแนวการเมืองแบบไหน เป็นสิ่งที่ตามมา สตาลิน จึงรื้อฟื้น “แนวปฏิวัติสองขั้นตอน” ที่ เลนิน กับ ตรอทสกี ทิ้งไป เพื่อเสนอว่าในทุกๆ ประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์ต้องเน้นจับมือทำแนวร่วมกับนายทุนชาติ เพื่อสร้างทุนนิยมประชาธิปไตยก่อนอื่น ซึ่งจะมีผลทำให้นายทุนชาติในประเทศต่างๆ ลดการโจมตีรัสเซีย

            การจับอาวุธปฏิวัติเพื่อเป้าหมายอะไร?

นโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลก กลายเป็นนโยบายที่แสวงแนวร่วมกับนายทุนชาติ ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป อัฟริกา หรือเอเชีย ในไทย พ.ค.ท. พยายามทำแนวร่วมกับจอมพล ป. หลังจากนั้นทำงานในหนังสือพิมพ์ของ สฤษดิ์ ในจีนมีการทำแนวร่วมกับ เชียงไคเชค ในอินโดนีเซียทำแนวร่วมกับ ซุการ์โน และเป้าหมายในการทำแนวร่วมคือเพื่อสร้างให้ประเทศเหล่านี้เป็นประชาธิปไตยทุนนิยม เกือบทุกครั้งพรรคคอมมิวนิสต์จะโดนหักหลัง สฤษดิ์ และ เชียงไคเชค หันมาฆ่าคอมมิวนิสต์ และในอินโดนีเซียพรรคมีบทบาทหลักในการห้ามการต่อสู้เพื่อปกป้องรัฐบาลซุการ์โน ซึ่งทำให้ขบวนการอ่อนแอ เมื่อทหารทำรัฐประหาร คอมมิวนิสต์เลยโดนฆ่าเป็นล้าน แต่ไม่มีการทบทวนนโยบายนี้แต่อย่างใด ซึ่งเห็นได้จากการที่ พ.ค.ท. หลัง ๖ ตุลา ๒๕๑๙ จนถึงการล่มสลายพรรค เสนอให้ปฏิวัติเพื่อ “ประชาชาติประชาธิปไตย” (ประชาธิปไตยทุนนิยม) ผ่านการสร้างแนวร่วมกับทุนรักชาติไทย เพื่อล้ม “ศักดินา” ตามสูตรเดิม

อำมาตย์ในไทยคือ “อำมาตย์ทุนนิยม”

ปัญหาของแนวคิดแบบ พ.ค.ท. คือ “ศักดินา” มันหมดไปตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ สมัยที่มีการเลิกทาส เลิกไพร่ และสร้างรัฐทุนนิยมรวมศูนย์ภายใต้กษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ญี่ปุ่นก็ปฏิวัติรวมศูนย์ชาติในยุค เมจิ เช่นเดียวกัน กษัตริย์ศักดินาไทยแปรตัวไปเป็นนายทุนใหญ่ ลงทุนในการทำนา การธนาคาร และการก่อสร้าง  ต่อมาในปี ๒๔๗๕ มีการล้มระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และขยายชนชั้นปกครองไปสู่ทหาร ข้าราชการ และนายทุนเอกชนเชื้อสายจีน พูดง่ายๆคือ “เผด็จการอำมาตย์” ที่มีอยู่ในไทยทุกวันนี้ เป็นเผด็จการของสถาบันต่างๆ ในระบบทุนนิยม ไม่ว่าจะแอบอ้างสร้างภาพอย่างไร และประกอบไปด้วยนายทุนร่ำรวย ทหาร และข้าราชการ มันคือ “อำมาตย์ทุนนิยม” แต่คนที่ยังเชื่อในลัทธิของ พ.ค.ท. มองไม่เห็นตรงนี้ และยังคงท่องสูตรเดิมว่า “ศักดินาครองเมือง”   

ในเมื่อเขาเชื่อว่า “ศักดินาครองเมือง” อดีต พ.ค.ท. หลายคน รวมถึงคุณสุรชัย แซ่ด่าน ก็เสนอว่าควรทำแนวร่วมกับทักษิณ เพราะทักษิณเป็นนายทุนรักชาติก้าวหน้า ที่เขาเชื่อว่าเผชิญหน้ากับ “ศักดินา” คนเหล่านี้เข้าไปร่วมมือกับ ไทยรักไทย ก่อนรัฐประหาร ๑๙ กันยา แต่ปัญหาใหญ่สำหรับเขา คือ ทักษิณ เอง จงรักภักดีต่อกษัตริย์ เพราะชนชั้นปกครองไทยทั้งหมดจงรักภักดีและเห็นประโยชน์ของกษัตริย์ ความขัดแย้งไม่ได้เป็นเรื่อง “ศักดินา กับ ทุนนิยม” แต่อย่างใด  

ในอนาคต ทักษิณ คงจะประนีประนอมกับ “อำมาตย์ทุนนิยม” แล้วถ้าการประนีประนอมแบบนี้เกิดขึ้น คนที่จับอาวุธสร้างกองกำลังอย่าง คุณสุรชัย แซ่ด่าน จะมีจุดยืนอย่างไร? จะกลับเข้าไปร่วมมือกับทักษิณเพื่อหวังสร้างทุนนิยมประชาธิปไตยหรือไม่? การจับอาวุธเป็นการปฏิวัติเพื่อล้ม “อำมาตย์ทุนนิยม” หรือเพื่อสร้างอำนาจเจรจากับ “อำมาตย์ทุนนิยม”?

เนปาล

ถ้าเราไปดูประเทศ เนปาล เราจะได้บทเรียนเพิ่มเติม ในเนปาลพรรคคอมมิวนิสต์สายเหมา เจ๋อ ตุง ใช้วิธีจับอาวุธสู้กับเผด็จการทุนนิยมของกษัตริย์เนปาล การต่อสู้นี้ บวกกับการต่อสู้ของมวลชนในเมือง เช่นนักศึกษาและสหภาพแรงงาน ในที่สุดนำไปสู่ชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์ในการเลือกตั้ง มีการยกเลิกสถาบันกษัตริย์ แต่ระบบที่พรรคคอมมิวนิสต์เสนอคืออะไร? พรรคคอมมิวนิสต์เนปาลต้องการกลไกตลาดเสรีของนายทุน และต้องการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งแปลว่าต้องคงไว้การขูดรีดกรรมกรและเกษตรกร เพียงแต่เปลี่ยนประเทศไปเป็นสาธารณะรัฐ การจับอาวุธปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล จึงเป็นการต่อสู้เพื่อประนีประนอมกับระบบทุนนิยม แต่ข้อแตกต่างกับไทยคือ ในเนปาลไม่มีนายทุนใหญ่อย่างทักษิณที่มีอิทธิพลต่อขบวนการและสามารถดึงการต่อสู้ไปเพื่อคงไว้ระบบเดิม   

            ประชาธิปไตยแท้จะเกิดจากการเปลี่ยนประมุขอย่างเดียวไม่ได้  มันต้องมีการให้อำนาจกับประชาชนในทุกเรื่อง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม แต่ถ้าเรายกอำนาจให้นายทุนดำรงอยู่และขูดรีดต่อไป และถ้าเราเกาะติดนายทุนใหญ่ในขณะที่เขาประนีประนอมกับอำมาตย์ทุนนิยม เราก็จะไปด้วยกับเขา

สองใบหน้าของลัทธิ สตาลิน-เหมา “ปฏิวัติและประนีประนอม”

            ในทุกประเทศของโลก เราจะเห็นสองใบหน้าของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ใช้ลัทธิ สตาลิน-เหมา คือ พูดด้วยวาจา “ปฏิวัติ” อาจสร้างกองกำลังจับอาวุธ หรือไม่ แต่ในที่สุดจุดจบคือ ทุนนิยม และเผด็จการของชนชั้นนายทุน ไม่ว่าจะเป็น จีน เวียดนาม เกาหลีเหนือ ลาว คิวบา หรือ เนปาล ในประเทศจีน เวียดนาม และลาว พรรคคอมมิวนิสต์ที่เคยใช้กองกำลังติดอาวุธ กำลังสร้างทุนนิยมตลาดเสรีท่ามกลางการขูดรีดประชาชนอย่างหนัก ในยุโรปพรรคคอมมิวนิสต์ต่างๆ ประกาศว่ายอมรับระบบทุนนิยมกลไกตลาด ในกรณีกรีซพรรคถึงกับร่วมรัฐบาลกับพรรคอนุรักษ์นิยม  

            “อำมาตย์” มีในทุกประเทศ มันเป็นโครงสร้างของรัฐนายทุน เพียงแต่ว่าในประเทศประชาธิปไตย ชนชั้นกรรมาชีพและขบวนการทางสังคมได้กดทับอำมาตย์นี้ไว้ เพื่อไม่ให้เถลิงอำนาจแบบสุดขั้วอย่างที่เราเห็นในไทย 

เลนิน ตรอทสกี และนักมาร์คซิสต์อื่นๆ มีการวิจารณ์คนที่เลือกต่อสู้ทางทหาร โดยหันหลังให้มวลชน เพราะมองว่าคนที่จับปืนหรือถือระเบิดแบบนี้ ก็ไม่ต่างจากคนที่หวังว่าจะเปลี่ยนสังคมผ่านผู้แทนไม่กี่คนในรัฐสภา ตรอทสกี เคยเสนอว่าพวกปฏิรูปไม่ต่างจากพวกจับอาวุธเลย แค่แลกสูทและกระเป๋าทำงานกับปืนหรือระเบิดเท่านั้น เพราะในที่สุดเป้าหมายไม่ใช่การพลิกแผ่นดินให้ประชาชนเป็นใหญ่

            ผลเสียของการปฏิวัติ ๒๔๗๕ ในไทย คือการที่คณะราษฏร์ อาศัยอำนาจกองทัพมากกว่าการจัดตั้งมวลชนในสังคม ในที่สุดขั้วทหารยึดอำนาจจาก ปรีดี ได้ และนี่คือต้นกำเนิดของอำนาจทางการเมืองของทหารในไทย เราควรจดจำบทเรียนสำคัญอันนี้ไว้ และจดจำบทเรียนความล้มเหลวของ พ.ค.ท. เพื่อให้ความเคารพกับการต่อสู้เสียสละของคนเหล่านี้ในอดีต   

            การจับอาวุธหรือสร้างกองกำลัง เป็นการตัดขาดบทบาทคนเสื้อแดงจำนวนมาก เป็นการผูกขาดสิทธิที่จะกำหนดแนวทางโดยแกนนำเผด็จการใต้ดิน

ถ้ามีการถกเถียงเกิดขึ้นในแกนนำ จะใช้ปืนแทนปัญญาในการตัดสิน และเมื่อมีการลดบทบาทหรือสลายพลังมวลชน เราไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยแท้ ที่พลเมืองนำตนเองและร่วมสร้างสังคมใหม่ได้

 

•แก้ไขล่าสุด ใน •วัน•อาทิตย์•ที่ 07 •กุมภาพันธ์• 2010 เวลา 15:02 น.••
 


 


•ลิขสิทธิ์ © 2010 เส้นทางออนไลน์. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย


icq