เมนูหลัก
ผู้ดูแลระบบ
Vinaora Visitors Counter
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday140
mod_vvisit_counterYesterday518
mod_vvisit_counterThis week2139
mod_vvisit_counterLast week3463
mod_vvisit_counterThis month4046
mod_vvisit_counterLast month14089
mod_vvisit_counterAll231019

Online (20 minutes ago): 12
Your IP: 38.107.191.88
,
Now is: 2010-09-09 10:06
??Date2??
“ปฏิวัติ” มีจริง “บิ๊กบัง”ไม่เชื่อข่าวลือ •PDF• •พิมพ์• •อีเมล•
•เขียนโดย Administrator•   
•วัน•อาทิตย์•ที่ 07 •กุมภาพันธ์• 2010 เวลา 15:18 น.•

  “ กระแสข่าวปฏิวัติเป็นเพียงการปล่อยข่าวเพื่อปลุกกระแสให้กับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติเฝ้าระวังเหตุการณ์ เท่านั้น คำพูดของพลเอกสนธิ  บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ อดีตหัวคณะยึดอำนาจ  ได้พูดไม่กี่วันมานี้ 

ซึ่งขอให้ประชาชนอย่าได้กังวล และไม่ควรให้ความสำคัญกับกระแสข่าวดังกล่าว เพราะข่าวที่ออกมาส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นโดยภาพรวมของประเทศ พร้อมทั้ง ตนไม่เห็นด้วย หากจะมีการปฏิวัติ ”

ไม่งงกับความคิดของ พล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน  ว่าการปฏิวัติ (รัฐประหาร) ไม่มีเด็ดขาด  ข่าวที่ออกมาเป็นแค่ข่าวลือ  นั้น ทั้งๆที่ก่อนนั้น  เคยเป็นหัวหน้าการยึดอำนาจรัฐประหารมาแล้ว  เมื่อวันที่  19กันยายน 2549 มาหยก ๆ เพราะการปฏิวัติยึดอำนาจของ คณะ คมช. ที่มีพลเอกพล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน  เป็นหัวหน้า นั้น เป็นไปตาม “ เงื่อนไข” ทางการเมืองที่มีอยู่ของการปกครอง  การยึดอำนาจรัฐประหาร หรือที่มักจะเข้าใจผิดๆ เรียกชื่อผิดๆว่า  “ การปฏิวัติ ”  แต่เพื่อความเข้าใจเงื่อนไขและสถานการณ์จริง  ก็เรียกว่า “ ปฏิวัติยึดอำนาจ” รวมกันไปเลย ดูจะง่ายกว่า 19  กันยายน  จึงเหมือนกับฝันไปของหัวหน้าคณะยึดอำนาจ อย่างที่พราะคณะยึดอำนาจเป็นการยึดอำนาจที่ง่ายๆ แทบจะไม่

แม้การปฏิวัติยึดอำนาจของคณะ คมช.จะเป็นการยึดอำนาจที่จะเรียกว่าฝันไปก็ไม่ผิดนัก เพราะคณะยึดอำนาจเป็นการยึดอำนาจที่ง่ายๆ แทบจะไม่มีฝ่ายต่อต้าน ประชาชนก็ไชโยโห่ร้อง ถึงขนาดเอาดอกไม้ เอาวงดนตรี ไปขับกล่อมบรรเลง เอาโคโยตี้ไปเต้นให้กำลังใจเลยทหาร

การยึดอำนาจในวันที่  19 กันยายน จึงเหมือนกับฝันไปของหัวหน้าคณะยึดอำนาจ อย่างที่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ได้มองเหตุการณ์ปัจจุบัน ที่มองไปว่า “เงื่อนไข” ปฏิวัติยึดอำนาจที่กำลังสุกงอมและไม่รู้จะหาทางออกกันอย่างไร มีการพูดถึงศักดิ์ศรีของกองทัพ ด้วยเกิดการเคลื่อนไหวของเหล่าทหารในกองทัพมากและแตกแยกทั้งทหารเก่า ทหารใหม่  เกิดการทุจริต  เกิดการคอร์รับชั่นในกองทัพ  และเกิดเหตุการณ์อื่นๆอีกมากี่มีพลเอกสนธิิยึดอำนาจของ คณะ คมช.

            หากหาทางออกนี้ไม่ได้ และสถานการณ์ไม่มีการคลี่คลาย  ทางออกของสถานการณ์ในเรื่องศักดิ์ศรีของทหารที่กำลังปลุกระดมกันอย่างมากขณะนี้  จึงมีทางออกทางเดียว คือ  “ยึดอำนาจรัฐประหาร”  เท่านั้น  ไม่มีทางอื่น

            เพราะเงื่อนไขมันมีทางโน้มทางนี้ ยกเว้น กองทัพที่กำลังเคลื่อนไหวเปลี่ยน “แนวทาง” การเมือง

            เนื่องจากการโค่นล้มรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นั้น จะทำไม่ได้ด้วยวิธีการปลุก ม๊อบของ นปช.อย่างที่กล่าวมาแล้ว ที่เคลื่อนไหวหนักของกลุ่มคนเสื้อแดง นั้น ก็เพื่อหลอกให้กองทัพยึดอำนาจทำรัฐประหาร อีกครั้ง ซึ่งน่าจะได้ผล เพราะถึงขนาดมี เอ็ม 79 ไปตกในกองบัญชาการกองทัพบก มาแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของทหารและกองทัพ

            ขณะที่  รัฐบาลเองก็ไม่ยอมที่แก้ไขปัญหานี้ ความอดทนของกองทัพจึงไม่น่าจะมีมากไปกว่านี้ เพราะผลกระทบได้แพร่ขยายวงกว้าง เหมือนประชาชนที่แบ่งแยกสีเวลานี้

            แม้หลายๆคนจะมองว่า หากทำแล้วจะทำให้เกิดผลเสียหายกับเศรษฐกิจของประเทศ   แต่ฝ่ายที่จะทำไปมองเรื่องความไม่มั่นคงของ “กองทัพ”และ “ สถาบันหลัก”  ทหารและกองทัพไปมองเรื่องการยึดอำนาจเพื่อจะสร้างความเข้มแข็งและปกป้องสถาบัน

แม้เรื่องนี้จะเป็นหน้าที่หลักของกองทัพอย่างแท้จริง ดูจากการปฏิวัติยึดอำนาจ แต่ละครั้ง ก็ยกเรื่องความไม่มั่นคงของสถาบันเป็นหลัก ยกเรื่องการแทรกแซงของนักการเมืองต่อข้าราชการ ยกเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตย

แต่หลังการปฏิวัติยึดอำนาจแล้ว คณะยึดอำนาจ แต่ละคณะก็หาได้ทำตามข้ออ้างทำรัฐประหารไม่  เหมือนคณะ คมช.

การปฏิวัติยึดอำนาจครั้งที่ผ่านมา หรือแต่ละครั้งในอดีต  จึงเป็นเรื่องการยึดอำนาจที่ทำให้สถาบันเสื่อม และ เป็นการยึดอำนาจที่เป็นการบั่นทอนเสถียรภาพของสถาบัน และเป็นการยึดอำนาจที่บั่นทอนเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ  ไม่ได้สร้างความมันคงให้กับประเทศ และสถาบัน

ฉะนั้น  การยึดอำนาจแต่ละครั้ง จึงทำให้ขบวนการโค่นเจ้า  ขบวนการสาธารณะรัฐ ไชโย โห่ร้อง เพราะเป็นการสร้างกำลังทางยุทธวิธีให้กับขบวนการเหล่านี้รมือนคณะ คมช. ั้งหาได้ทำตามขอ้าได้ทำตามขอ้ารแทรกแซงของข้าราชการการเมืองต่อข้าราป้องทัพอย่างแท้จริงาจเพื่อจะสร้าและสถาบันยวงกว้าง เหมือนประชาชนที่แบ่งแยกสีเวลานี้

น่าจะมี้วทำรัฐประหารอีกครั้ง

            แต่ก็ยังมีทางออก ไม่ใช่ไม่มี กองทัพจะกลับไปเอาแนวทางที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพหรือไม่ ก็เลือกเอา ถ้าเอาก็ปฏิบัติเลย เพราะมีอยู่แล้ว ครบบริบูรณ์พร้อมสรรพ

            ก็อย่าคิดได้ตอนที่ไม่เหลืออะไรแล้ว ? เหมือนหลายๆคนในกองทัพตอนที่มีอำนาจที่บอกว่ารู้อย่างนี้ทำตั้งนานแล้วา ถ้าเอาก็ปฏิบัติเาศาธาร

•แก้ไขล่าสุด ใน •วัน•อาทิตย์•ที่ 07 •กุมภาพันธ์• 2010 เวลา 15:20 น.••
 


 


•ลิขสิทธิ์ © 2010 เส้นทางออนไลน์. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย


icq