เมนูหลัก
ผู้ดูแลระบบ
Vinaora Visitors Counter
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday40
mod_vvisit_counterYesterday542
mod_vvisit_counterThis week3074
mod_vvisit_counterLast week3463
mod_vvisit_counterThis month4981
mod_vvisit_counterLast month14089
mod_vvisit_counterAll231954

Online (20 minutes ago): 4
Your IP: 38.107.191.88
,
Now is: 2010-09-11 03:36
??Date2??
“รัฐประหารต้านการปฏิวัติ” •PDF• •พิมพ์• •อีเมล•
•เขียนโดย Administrator•   
•วัน•อาทิตย์•ที่ 07 •กุมภาพันธ์• 2010 เวลา 15:20 น.•

ในความเสี่ยงของประเทศไทยไม่ว่ายุคใดสมัยใด นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมา  77 ปี นับแต่การเปลี่ยนแปลงเมื่อวันที่ 24  มิถุนายน  2475 มา  ประเทศไทยยังหนีไม่พ้นการรัฐประหารยึดอำนาจ

  ทุกๆรัฐบาลพยายามจะหนีห่างจากการยึดอำนาจของคณะทหารในกองทัพ  บางรัฐบาลได้จ่ายเงินงบประมาณให้กองทัพอย่างอิ่มเอมฤทัย  บางคณะก็ให้ตำแหน่งสำคัญกับ ผู้นำเหล่าทัพ  และให้อื่นๆ อีก แต่ก็ไม่ว่าที่จะถูกยึดอำนาจรัฐประหาร

            ในรัฐธรรมนูญบางฉบับเขียน “ต้านรัฐประหาร”  ไว้อย่างรอบด้านทุกแง่มุม แต่ก็ไม่ว่ายที่จะถูกคณะทหารยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งตามเคย  อย่างง่ายๆเหมือนรัฐธรรมนูญไม่มีความหมายอะไร  อย่างที่นักวิชาการได้ยกย่องความสำคัญของรัฐธรรมนูญไว้สวยหรู

            จนมาถึงสถานการณ์ปัจจุบันก็ไม่วายที่มีกระแสการยึดอำนาจรัฐประหารกันอยู่อีก แม้ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ บิ๊กจิ๋ว จะออกมาพูดเพื่อสกัดการทำรัฐประหารเพราะการเคลื่อนไหว หนาหูเหลือเกิน ด้วยเหตุผลว่าคณะที่จะทำรัฐประหาร  นั้น ไม่กล้าที่จะทำเพราะมีบทเรียนการยึดอำนาจครั้งที่ผ่านมา  ซึ่งหากทำจริงๆขึ้นมาก็จะเป็นการไปเข้าทาง “ขบวนการล้มปืน” ที่จ้องจะหาทางเล่นงานกองทัพอยู่แล้ว 

            อีกอย่างที่พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ ได้ออกมาปรามไว้ก็เพื่อที่จะไม่ให้กองทัพหรือคณะทหารทำการยึดอำนาจ เพราะว่าการยึดอำนาจรัฐประหาร นั้น มันเป็นการขัดขวางการปฏิวัติประชาธิปไตย หรือที่เรียกว่า “ขบวนการต่อต้านการปฏิวัติ”   ซึ่งสืบเนื่องต่อเนื่องกันมายาวนาน

            อีกประหารหนึ่งการปฏิวัติประชาธิปไตย นั้น กองทัพจะต้องเป็นกำลังหลัก แต่หากไปทำการรัฐประหารหรือยึดอำนาจเสียก่อน นั้น สถานการณ์มันจะกลายเป็นเรื่องอื่นไปและอยากต่อการแก้ไขปัญหาได้ทันเวลาสำหรับชาติบ้านเมืองที่กำลังจะล่มจม

            อีกประการหนึ่งอันเหตุผลสำคัญ ก็คือ ข่าวการรัฐประหารได้ถูกนานาชาติประณามไว้ว่าเป็นความเสี่ยง  อย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานเชิงวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย  เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ใน 2  คอลัมน์ โดยคอลัมน์   “FACTBOX” (ข้อเท็จจริง) ชี้ถึงความเสี่ยงทางการเมือง 5 ประการ ที่ต้องจับตามองในช่วงนี้ ได้แก่

1. เสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะเสถียรภาพของรัฐบาลผสม ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
2. ภัยคุกคามจากการก่อรัฐประหารโดยทหารในกองทัพที่มีความแตกแยก
3. พระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
4. การคอรัปชั่นและธรรมาภิบาล  
5. ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

            นี้ความเสี่ยงภัยในประเทศไทยที่สายตาชาวต่างชาติ  ที่เขามองประเทศไทยเรา แต่ก็ยังไม่ได้เสนอทางออกอะไร แตกต่างจากข้อเสนอที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ บิ๊กจิ๋ว ได้เสนอทางออกไว้  คือ การปฏิวัติประชาธิปไตยทางการปกครอง  ซึ่งมีอยู่สาม สถาบันที่จะสามารถทำได้  คือ  สถาบันพระมาหากษัตริย์  สถาบันกองทัพ และสถาบันพรรคการเมืองหรือรัฐบาล

 


 


•ลิขสิทธิ์ © 2010 เส้นทางออนไลน์. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย


icq