เมนูหลัก
ผู้ดูแลระบบ
Vinaora Visitors Counter
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday36
mod_vvisit_counterYesterday542
mod_vvisit_counterThis week3070
mod_vvisit_counterLast week3463
mod_vvisit_counterThis month4977
mod_vvisit_counterLast month14089
mod_vvisit_counterAll231950

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 38.107.191.85
,
Now is: 2010-09-11 03:15
??Date2??
พูดคนละ “ภาษา” แก้ไขคนละทาง ในปัญหามาบตาพุด •PDF• •พิมพ์• •อีเมล•
•เขียนโดย Administrator•   
•วัน•จันทร์•ที่ 15 •กุมภาพันธ์• 2010 เวลา 09:11 น.•

หลังจากที่เกิดปัญหากับมาบตาพุด เพราะศาลฯไทยได้มีการสั่งระงับโครงการลงทุน ถึง  76 โครงการ  เพราะปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ  

 จึงทำให้กลุ่มนายทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศก็หาทางที่ขอให้รัฐบาลไทยมี “ นโยบายการลงทุน  ”  ที่ชัดเจน โดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร)  เป็นตัวแทนเพื่อเข้าเจรากับรัฐบาลไทย ในตอนนั้นนายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าปัญหาการลงทุนไม่มีปัญหาแล้วเพราะได้อธิบายให้กับกลุ่มนายทุนที่เข้ามาลงทุนหรือที่จะเข้ามาลงทุนในไทย

            แต่จนแล้วจนรอดถึงขณะนี้ปัญหาของ “มาบตาพุด” ก็ยังไม่คืบหน้า หรือจะรอให้รัฐบาลสมัยหน้ามาแก้ไข  แม้วันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ป่นจัดงานสัมมนา “ประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมในศตวรรษที่ 20 และการดำเนินการป้องกันมลพิษของประเทศญี่ปุ่น ”  ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็ได้เข้าร่วมปาฐกถาพิเศษด้วย

แม้จะมีการร่วมงานเพื่อสัมมนากันขึ้น  แต่ความคืบหน้าที่จะต้องทำให้เศรษฐกิจมหาภาคของประเทศเดินหน้าไปได้ นั้น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยกับไปความสำคัญกับการ “ตีความ” ของศาล และตั้งคณะกรรมการในเรื่อง “นโยบาย” และแผนการในโครงการการลงทุนกับไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย 

ซึ่ง “สะท้อน” ถึงวุฒิภาวะในเรื่องขอบเขตการคิดของนายกรัฐมนตรีมีปัญหาการคิด  แล้วยังมีเรื่อง “โครงสร้างการปกครอง” ที่ซ้ำซ้อนทับซ้อน จนไม่สามารถจะให้การพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองของชาติเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วทันต่างประเทศ

ซึ่งแตกต่างจากที่นายเคียวจิ โคะมะจิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เปิดเผยในการสัมมนาครั้งนี้ว่า  “ที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นได้ขอให้รัฐบาลไทยชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหามาบตาพุดให้ชัดเจน และจะขอร้องอีกครั้งให้รัฐบาลใช้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนั้นให้รับฟังปัญหาของผู้ประกอบการเป็นรายบริษัท และดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เนื่องจากการสั่งระงับโครงการลงทุน 76 โครงการ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของไทยพอสมควร

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยควรใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ในฐานะที่ไทยเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน อีกทั้งยังเป็นผู้นำเศรษฐกิจ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ต้องสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

ในฐานะที่เคยเจอปัญหาสิ่งแวดล้อมมาก่อน ก็ขอแนะนำหลักการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม คือ ญี่ปุ่นมีแนวคิดพื้นฐานในการแก้ปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ในมาตรฐาน โดยภาครัฐต้องดูแลอย่างเข้มงวดและกำหนดตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัด และให้อำนาจองค์กรบริการส่วนท้องถิ่นในการเข้ามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดด้วย แต่เรื่ององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นคงไม่สามารถแนะนำไทยได้ เพราะมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน" นายเคียวจิกล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวอีกอย่างในเรื่องเดียวกัน แตกต่างของการแก้ไขปัญหาและการมองดังนี้ว่า “ ปัญหามาบตาพุดเกิดจากการ “ตีความ” ที่ไม่ตรงกัน  ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้างความชัดเจน เช่น การประกาศระเบียบเกี่ยวกับมาตร 67 (2) “ จะทำให้การลงทุนใหม่ชัดเจนขึ้น”  ส่วนโครงการที่ถูกศาลฯ สั่งระงับอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อมาประสานงานทำให้มั่นใจว่ารัฐบาลยังสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย ”

ที่ยกเอาปัญหานี่ว่ากันไม่ได้มีอคติต่อนายกรัฐมนตรีของไทยเราแต่ประการใด  แต่เรื่องเป็นปัญหาของไทยเรา  ไม่ใช่ปัญหาของนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนเลย  แต่ของไทยกับมีปัญหาและอุปสรรค  ทั้งจากฝ่ายการเมืองเพราะฝ่ายการเมืองของไทยไปมองเฉพาะเกมการเมืองมากจนขาดแนวทางและนโยบายการลงทุนที่จะดำเนินไปอย่างเข้มแข็งในอนาคต

หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขให้ทันกาลก็จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากวงโคจรของ “องค์การการค้าโลก” ที่ได้ก้าวย่างไปอย่างรวดเร็ว



 


 


•ลิขสิทธิ์ © 2010 เส้นทางออนไลน์. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย


icq