|
เมื่อฟังนักวิจารณ์หลายสำนักก็มักจะมองข้างเดียวเสียส่วนใหญ่ ในเรื่องสถานการณ์ในวันข้างหน้าหลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งในการมองสถานการณ์ของแต่ละสำนักก็มักจะเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง เพราะมีแว่นในการมอง ว่าใส่แว่นสีอะไร
แต่ส่วนมากก็ไม่ค่อยจะมีหลักคิดที่เป็นหลักตามแนวทางสันติอย่างแท้จริง ส่วนมากก็ของปลอมเอามาหลอกกัน แม้แต่ละฝ่ายที่ต้องการให้เกิดความสงบและสันติ แต่ก็ไปเข้าอีกข้างเพราะไปมองเพียงแง่มุมใดมุมหนึ่ง อย่างเช่น จะต้องยอมรับคำตัดสิน อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งการวิจารณ์แล้วมักจะเข้าข้างใดข้างหนึ่งโดยรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง แต่ทั้งหมดไม่ใช่ทางออกและไม่รู้จะหาทางออกจากความขัดแย้งนี้อย่างไร ?
แต่ประเมินจากสถานการณ์ที่นักวิจารณ์มองแล้ว ก็มักจะเข้าลักษณะว่าไม่มีอีกฝ่ายแล้วบ้านเมืองจะดีขึ้น ไปเสียส่วนใหญ่ เช่น ไม่มีคุณทักษิณ ไม่มีเสื้อแดง ไม่มี นปช. คุณทักษิณต้องติดคุก หรือ ไม่มีเสื้อเหลือง ต้องโค่นอำมาตย์ ต้องไม่มีรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นี้คือ ความเห็นของนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งล้วนไม่ใช่ทางออกที่เป็นแนวทางสันติ และไม่ใช่ทางออกด้วย
ทีนี้ก็ลองมาฟังหมอดูทำนายไว้หลายคนทำนายไว้มีส่วนไปในทำนองเดียวกัน คือ จะมีความรุนแรงจะนองเลือด ซึ่งอาจจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่การใส่เนื้อหาลงไป เช่น วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต ฉายา "โหร คมช. ,นายโสรัจจะ นวลอยู่ เจ้าของฉายา "นอสตราดามุสเมืองไทย, นายเก่งกาจ จงใจพระ เจ้าของฉายา "โหรการเมือง, เป็นต้น
หมอดูที่กล่าวมาส่วนมากดูไว้ คือ จะมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะจากกองทัพ ซึ่งไม่ใช่ “การรัฐประหาร ” ตรงนี้น่าจะมีส่วนถูกอยู่มากเพราะ อย่างไรแล้วบ้านเมืองจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อในหรือหลักการปกครองอย่างแน่นอน เรียกอีกอย่างคือ “ การปฏิวัติประชาธิปไตย ”
การปฏิวัติประชาธิปไตย นั้น “ สถาบันและ กองทัพ ” ต้องเป็นหลัก โดยร่วมมือกับประชาชนทุกสาขาอาชีพเพื่อทำให้การปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยขึ้นโดยเร็ว ซึ่งนี้คือ หลักประกันใน “แนวทางสันติ” อย่างแท้จริง ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในแผ่นดินของประเทศไทยในการเปลี่ยนแปลงการปกครองในดีต
หากกองทัพไม่ทำ แล้ว ความรุนแรงจะบานปลายขยายวงกว้าง และย่อมจะนำไปสู่การโค่นล้มเพราะจะเป็นไปตามยุทธศาสตร์การโค่นล้มด้วยความรุนแรงสุดท้ายก็จะเป็นสงครามด้วยอาวุธ ซึ่งอีกนานกว่าจะจบสิ้น หรือกว่าจะชนะ แต่ความสูญเสียจะมาก และยังไม่รู้ว่าจะชนะหรือไม่
เพราะฉะนั้น หมอดูบางทีก็สามารถมองอนาคตได้ เหมือนคนที่เรียนรู้ศาสตร์ของสังคมทีเรียนรู้กฎเหล่านี้ เหมือนกัน แต่อาจจะมีภาษาพุดไม่เหมือนกัน เท่านั้นเอง แต่ที่แน่ๆนั้น บ้านเมืองจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างแน่นอน |